เราแบ่งภาวะของการลืมได้ 3 ระดับ
- ความจำไม่ดี หลงลืมตามวัย (Normal Forgetfulness)
- การสูญเสียความสามารถของสมองเล็กน้อย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความจำ (Mild Cognitive Impairment (MCI))
- สมองเสื่อม (Dementia)
อะไรคือภาวะสมองเสื่อม (Dementia)
ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) เป็นคำเรียกรวม ๆ ซึ่งอธิบายถึงกลุ่มอาการหรือภาวะที่ผู้ป่วยเกิดการสูญเสียความจำโดยมีสาเหตุเกิดจากโรคหลายโรคด้วยกัน และที่หลายท่านรู้จักดีคือโรค Alzheimer ซึ่งเป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่ง เป็นต้น แม้ว่าภาวะสมองเสื่อมจะพบในคนสูงอายุเป็นส่วนมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนสูงอายุทุกคนต้องมีภาวะสมองเสื่อม เพราะภาวะสมองเสื่อมไม่ได้เกิดจากความชราภาพ ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์จะให้การวินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อม เมื่อผู้ป่วยคนนั้นสูญเสียการทำงานของสมองมากกว่า 2 หน้าที่ขึ้นไป เช่น สูญเสียความจำ และสูญเสียการใช้ภาษา เป็นต้น โดยที่ไม่สูญเสียความรู้สึกตัว
ภาวะสมองเสื่อมเกิดจากอะไร
นอกจากโรค Alzheimer ที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้วยังมีโรคทางสมองอื่นๆที่ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ที่พบได้บ่อย คือ Vascular dementia, Lewy body dementia, Frontotemperal dementia, Normal pressure hydrocephalus และ Prion Disease, นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการคล้ายหรือเป็นโรคสมองเสื่อม ได้แก่ การใช้ยาบางชนิด ความผิดปกติของเกลือแร่ ขาดวิตามิน B12 รวมถึงภาวะติดเชื้อ หรือเนื้องอกในสมอง ความผิดปกติของฮอร์โมน ภาวะขาดออกซิเจน โรคพิษสุราเรื้อรัง เป็นต้น
ความจำแบ่งได้กี่แบบ
ความจำแบ่งง่าย ๆ เป็น 2 แบบคือ ความจำชั่วคราว (Short term หรือ Working memory) และความจำถาวร (Long term memory) เมื่อเรามีการเรียนรู้สิ่งใหม่ สิ่งนั้นจะถูกเก็บไว้ในความจำชั่วคราว ซึ่งสามารถลืมได้เมื่อเวลาผ่านไปถ้าไม่ถูกจัดเก็บไว้ในความจำถาวร ส่วนข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้ในความจำถาวรแล้วเราจะไม่ลืม คนที่มีปัญหาเรื่องความจำ (memory problems) จะแสดงออกได้หลายรูปแบบ แต่ที่พบได้บ่อยคือ สมองไม่สามารถดึงคำศัพท์จากหน่วยความจำถาวรได้ ความจำยังคงอยู่เป็นปกติแต่ปัญหาเกิดจากการดึงข้อมูล(retrieve, recall) เช่น นึกคำพูดไม่ได้ เห็นหน้าคนรู้จักแล้วนึกชื่อไม่ออก เป็นต้น และอีกแบบหนึ่งคือ สมองไม่สร้างความจำถาวรได้ (amnesia) เมื่อจดจำสิ่งใหม่ หรือเรียนรู้คำใหม่ จะจำได้ชั่วครู่ เมื่อเวลาผ่านไปก็ลืม
ความจำไม่ดี ใช่ภาวะสมองเสื่อมหรือไม่
ความจำไม่ดี เกิดได้จากหลายปัจจัย ในคนปกติ ถ้าไม่สนใจ (inattention) ไม่มีสมาธิ (poor concentration) ซึมเศร้า (depression) โกรธ (anger) วิตกกังวล (anxiety) ก็จะจำไม่ได้โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาทางด้านสมองเลย หรือความเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น ขาดฮอร์โมน หรือเป็นโรคทางสมอง ได้รับการกระทบกระเทือนกับสมองส่วนควบคุมความจำก็จะมีปัญหาเรื่องความจำได้ และในคนสูงอายุก็มีปัญหาเรื่องความจำซึ่งเป็นเรื่องปกติ หรือ normal forgetfulness
ลักษณะความจำไม่ดี หลงลืมตามวัย (Normal Forgetfulness) เป็นอย่างไร
คนปกติเมื่อมีอายุมากขึ้น (aging) ก็จะมักมีปัญหาเรื่องความจำ (forgetfulness) มักจะอยู่ในรูปแบบ หลงลืม ลืมว่าวางของไว้ที่ไหน วางของไว้แต่จำไม่ได้ ลืมว่าจอดรถไว้ที่ไหน ลืมชื่อคนที่เคยพบวันก่อน จำหน้าคนได้แต่นึกชื่อไม่ออก พยายามนึกคำพูดแต่นึกไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งเป็นกระบวนการเสื่อมทางสมองในภาวะปกติ (normal aging) การเรียนรู้สิ่งใหม่ยังเป็นปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องความจำในอดีต (past memory ) ไม่มีความจำเป็นต้องวิตกกังวลใด ๆ ยกเว้นผู้สูงอายุบางคน อาการจะมากขึ้น มากกว่าปกติที่ควรจะเป็น จนเข้าสู่ภาวะต่อไป หรือเรียกว่าเริ่มมีความบกพร่องก็เป็นได้
อะไรคือ Mild Cognitive Impairment (MCI)
ในคนสูงอายุบางคน อาจมีปัญหาด้านความจำมากกว่าคนปกติวัยเดียวกัน แต่ก็ไม่มากถึงกับภาวะสมองเสื่อม เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะสูญเสียความสามารถของสมองเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment หรือ MCI) ภาวะนี้จะอยู่ตรงกลางระหว่างภาวะสมองเสื่อม (dementia) กับ ภาวะหลงลืมของคนปกติ (normal forgetfulness) แต่ในคนที่มี MCI ผู้ป่วยจะลืมสิ่งที่ไม่ควรลืม เช่น ลืมวันเวลานัดหมายที่สำคัญ ๆ และจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ จนรบกวนการทำงานหรือชีวิตประจำวัน แต่จะไม่สูญเสียหน้าที่การทำงาน การดำเนินชีวิต การตัดสินใจ การใช้เหตุผล เป็นต้น การวินิจฉัยอาจทำได้ยาก ส่วนมากจะทราบข้อมูลได้จากคนข้างเคียงมากกว่าที่จะรู้โดยตัวของผู้ป่วยเอง
อะไรคือโรค Alzheimer
Alzheimer คือ โรคทางสมองที่พบได้บ่อยที่สุดที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อม ดังนั้นเมื่อกล่าวถึงภาวะสมองเสื่อมจึงมักหมายถึง โรค Alzheimer ผู้ป่วยโรคนี้จะเริ่มมีอาการแบบค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวแต่มักพบว่าว่าผู้ป่วยมีอาการมากแล้วเมื่อญาติพามาพบแพทย์ กล่าวคือนอกเหนือจากผู้ป่วยจะมีการสูญเสียความจำทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวรแล้ว ผู้ป่วยจะเสียความสามารถในการแก้ปัญหา การควบคุมอารมณ์ มีบุคลิกภาพและพฤติกรรมเปลี่ยนไป อาจมีสับสน ประสาทหลอน หลงผิด ได้ในบางราย
ลักษณะการดำเนินโรค Alzheimer
ในคนปกติ (normal) เมื่ออายุ 30-50ปี จะเริ่มมีอาการความจำไม่ดี หลงลืม (Normal forgetfulness) บ้างตามวัย ในคนบางคนเมื่อเวลาผ่านไปอีก อาการที่มีจะมากขึ้นจนเข้าสู่ภาวะสูญเสียความสามารถของสมองเล็กน้อย (Mild Cognitive Impairment หรือ MCI) ในคนที่มีอายุมากกว่า 70 ปีจะพบ MCI 12 % และคนที่มีภาวะ MCI ประมาณ 10-15 % ทุกๆปีจะกลายเป็นผู้ป่วยโรค Alzheimer โดยเฉลี่ยระยะเวลาประมาณ 9 ปีจะดำเนินโรคจาก MCI เข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม
การดำเนินโรคอาจสรุปได้ดังนี้
Normal ?Normal Aging? MCI?Mild Dementia?Moderate Dementia?Moderately Severe Dementia?Severe Dementia
อาการและอาการแสดงของโรค Alzheimer
ผู้ป่วยสมองเสื่อมจะมีความผิดปกติที่สังเกตได้ คือ ความจำสิ่งใหม่ ๆ บกพร่อง (recent memory) ทำให้ผู้สูงอายุมักถามคำถามเดิม ซ้ำ ๆ ซาก ๆ บกพร่องในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ (amnesia) เช่น จำเหตุการณ์ปัจจุบันหรือสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ พูดทวนเรื่องเก่า บกพร่องในการทำกิจกรรมที่ซับซ้อน (complex tasks) บกพร่องในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา (problem solving) หลงทาง (visuospatial dysfunction) บกพร่องในการใช้ภาษา (aphasia) บกพร่องในการประกอบกิจกรรมที่เคยทำได้มาก่อน (apraxia) มีความบกพร่องในการประกอบกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ มีพฤติกรรมและบุคลิกภาพเปลี่ยนแปลงไป แปลกๆ เช่น กลายเป็นคนเฉยเมย เฉื่อยชา ไม่กระตือรือร้น (apathy) โมโหฉุนเฉียวง่ายเมื่อใครทำอะไรให้ไม่ถูกใจ ( agitation) หลีกเลี่ยงการออกไปพบปะเพื่อนฝูง ทั้งที่เคยไปมาหาสู่กันเสมอ เดินไปมาอย่างไร้จุดหมาย เป็นต้น
ระดับความรุนแรงของโรค
ภาวะสมองเสื่อมจะมีระดับความรุนแรงตั้งแต่ เล็กน้อย (mild) ปานกลาง (moderate) ปานกลางถึงรุนแรง (moderately severe) และรุนแรง (severe) เมื่อโรคดำเนินต่อไป ระดับความรุนแรงจะมากขึ้นตามอายุ แต่จะแตกต่างกันตามระดับความรุนแรงของโรค อาการและอาการแสดงของภาวะสมองเสื่อม ผู้ป่วยสมองเสื่อมเล็กน้อย (mild) จะยังคงช่วยเหลือตัวเอง ออกนอกบ้านได้โดยต้องการคนช่วยเหลือดูแลบางเรื่อง แต่ในผู้ป่วยสมองเสื่อมปานกลาง(moderate) ขึ้นไป ยังพอที่ช่วยเหลือตัวเองได้แต่ไม่สามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ถ้าไม่มีคนดูแล ไม่สามารถออกนอกบ้านได้ ส่วนผู้ป่วยสมองเสื่อมรุนแรง (severe) มักจะอยู่แต่ในห้อง ไม่สามารถเดินได้ อาจนอนบนเตียงตลอดเวลา กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ และเสียชีวิตในที่สุด อาการดังกล่าวจะเป็นไปแบบช้า ๆ ใช้ระยะเวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 8-10 ปี จนเสียชีวิต แต่โดยมากผู้ป่วยมักเสียชีวิตจากโรคหรือภาวะแทรกซ้อน เช่น การขาดอาหาร ติดเชื้อ โรคหัวใจ หรือ เส้นเลือดปอดอุดตัน เป็นต้น
โรค Alzheimer เกิดจากอะไร
เกิดจากเซลประสาทในสมองตายลง ทำให้สารเคมีที่ทำหน้าที่ส่งต่อการทำงานของสมอง (neurotransmitter) ลดลง สารเคมีที่สำคัญคือ acetylcholine และ serotonin ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำงานของสมองเกี่ยวกับ ความรู้สึกตื่นตัว การหลับตื่น อารมณ์ ความจำ เมื่อตรวจชิ้นเนื้อสมองจะพบว่า ในเนื้อสมองจะมีการสะสมของโปรตีนที่จับตัวเป็นก้อนแข็งผิดปกติกระจายอยู่ทั่ว ๆ ไปในเนื้อสมองทั้งในและนอกเซลประสาท นอกเซลประสาทจะมีการสะสมโปรตีนที่จับตัวกันเป็นก้อน ที่เรียกว่า Plaques ซึ่งมีโปรตีนหลักคือ Ab amyloid และส่วนในเซลประสาทจะมี Tangles ซึ่งมีโปรตีนใน Phosphoralated Tau
เมื่อผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องความจำมาพบแพทย์ แพทย์จะทำอะไร
แพทย์จะเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยอาการและหาสาเหตุ ประเมินระดับความรุนแรงของปัญหาความจำ และมองหาความผิดปกติอื่น ๆ ของสมอง เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและหาทางบำบัดรักษา ยับยั้งหรือชะลออาการของโรค ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจวินิจฉัยที่ละเอียดเพื่อความถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็วในการรักษา เช่น การเจาะเลือด , การทำ CT หรือ MRI Brain และการทดสอบทางประสาทจิตวิทยา การประเมินทางประสาทจิตวิทยาจะเริ่มจากการคัดกรองเบื้องต้น (screening) ซึ่งสามารถแยกระหว่างคนปกติและผู้ที่มีอัตราเสี่ยงที่จะมีความบกพร่องได้อย่างดีระดับหนึ่ง โดยใช้ระยะเวลารวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายน้อย หากพบผู้ที่มีอัตราเสี่ยงที่จะมีความบกพร่อง จะใช้แบบทดสอบชุดมาตรฐานซึ่งมีความละเอียด และใช้เวลานานมาก ในการประเมินประสิทธิภาพหรือความสามารถในการทำงานของสมอง เช่น ความจำ การแก้ปัญหา การใช้ภาษา สมาธิและการทำงานของสมองในส่วนที่ซับซ้อน เป็นต้น และในบางรายอาจต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองร่วมด้วย การทำการตรวจดังกล่าวข้างต้น จะมีความแม่นยำเพียง 90 % เท่านั้น
ภาวะสมองเสื่อมรักษาได้หรือไม่
การรักษา ขึ้นกับสาเหตุของภาวะสมองเสื่อมนั้นคืออะไร ภาวะสมองเสื่อมบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยา เช่น ภาวะสมองเสื่อมที่เกิดจากการขาดฮอร์โมน ขาดวิตามิน ภาวะซึมเศร้า หรือการผ่าตัด เช่น น้ำมากในโพรงสมอง (normal pressure hydrocephalus) แต่ภาวะสมองเสื่อมบางชนิดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งการรักษาจะเป็นเพียงการประคับประคอง ยืดระยะเวลาและชะลอไม่ให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว
ส่วนโรค Alzheimer การรักษาจะเป็นแบบประคับประคอง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยจะใช้ยาร่วมกับการรักษาทางด้านจิตสังคม ซึ่งปัจจุบันมียา 4 ชนิดที่ใช้กันอยู่ สามารถชะลอการดำเนินโรคให้ช้าลง ได้แก่ Donezepil (Aricept), Rivastigmine(Excelon), Galantamine (Reminyl) ทั้ง 3 ตัวเป็นยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มระดับของสารเคมี acetylcholine ในสมอง ส่วนยาอีกตัวคือ Memantine (Ebixa) ออกฤทธิ์ที่ NMDA receptor บนเซลประสาท ทำให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารเคมี glutamate ส่วนการรักษาแบบประคับประคองด้านอื่น เช่น การรักษาภาวะทางอารมณ์ เฉื่อยชาไม่กระตือรือร้น (apathy) โมโหฉุนเฉียวง่ายเมื่อใครทำอะไรให้ไม่ถูกใจ(agitation) สับสน ประสาทหลอน (confusion, hallucination) เป็นต้น
ป้องกันโรค Alzheimer ได้หรือไม่
โรค Alzheimer เป็นโรคที่ซับซ้อนมาก เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งสิ่งแวดล้อมและพันธุกรรมบางประการ ที่ส่งเสริมให้โรคพบบ่อยในบางคนมากกว่าคนปกติทั่วไป คนที่มีพันธุกรรมบางชนิดของยีน apolipoprotein (E4) คนที่มีการศึกษาต่ำ หรือใช้สมองน้อย (less mental activity) คนที่มีการใช้ชีวิตเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง คนที่ประกอบอาชีพบางอย่างที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน เช่น ในนักมวย มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าคนปกติ ดังนั้นการป้องกันจึงเน้นไปที่การหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เพิ่มการบาดเจ็บของเซลประสาท ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (physical activities) ควรใช้งานสมองเป็นประจำ คิด คำนวณ เล่นเกม เรียนภาษาต่างประเทศ เป็นต้น หลีกเลี่ยง แอลกอฮอล ยาเสพติดโดยเฉพาะยาอี รักษาและดูแลโรคทางกายอื่นๆ เนื่องจากโรค Alzheimer ไม่มีทางรักษา การป้องกันจะมีความสำคัญมากที่สุด จะมุ่งไปที่การลดหรือการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ในคนปกติที่เริ่มมีปัญหาเรื่องความจำ ควรได้รับการดูแลตั้งแต่เริ่มต้นหากพบว่ามีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นโรค ปัจจุบันแม้ว่าคนที่มี MIC จะไม่มีภาวะสมองเสื่อม แต่ก็ควรได้รับการรักษาด้วยยาเช่นกัน เช่นเดียวกับคนที่มีโรคสมองเสื่อม เนื่องจากคนเหล่านี้จะมีโอกาสสูงมากแต่ละปี ที่กลายเป็นโรคสมองเสื่อม
|