:: สาระความรู้เกี่ยวกับสมอง ::

สาระความรู้เกี่ยวกับสมอง

 
 

เมื่อลูกมีไข้สูงแล้วชัก

 

 

ภาวะชักจากไข้สูง(Febrile seizures หรือ Febrile convulsions) คืออะไร
ตอบ ภาวะชักจากไข้สูง คือ อาการชักที่เกิดเมื่อมีไข้สูง ซึ่งเกิดเฉพาะในเด็กอายุประมาณ 6 เดือน ถึง 6 ปี ซึ่งมากจากหลายสาเหตุ สาเหตุของไข้ส่วนใหญ่มักเกิดจากติดเชื้อในของระบบทางเดินหายใจ และ ทางเดินอาหาร ซึ่งมักมาจากการติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียแบบง่ายๆ เช่น หวัด ท้องเสียกระเพาะลำไส้อักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ เป็นต้น แต่ต้องไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อในระบบประสาท

เด็กทั่ว ๆ ไปจะมีโอกาสเกิดภาวะชักจากไข้สูงหรือไม่
ตอบ เด็กทั่ว ๆ ไปมีโอกาสชักจากไข้สูงได้เหมือนกัน ภาวะชักจากไข้สูงพบได้บ่อย สามารถพบได้ 2-5% ของเด็กทั่วไป แต่เด็กบางกลุ่มจะมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะชักจากไข้สูงมากกว่าเด็กปกติ เช่น มีประวัติคนในครอบครัวที่มีไข้สูงแล้วชัก มีพัฒนาการล่าช้า มีปัญหาที่ต้องอยู่ในแผนกผู้ป่วยหนัก ทารกแรกเกิดหรือเด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก

ภาวะชักจากไข้สูงอันตรายหรือไม่ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กต่อไป
ตอบ ภาวะชักจากไข้สูงไม่มีอันตรายใด ๆ พ่อแม่ส่วนใหญ่มักกังวลหรือถามบ่อย ๆ ว่าลูกจะเสียชีวิตหรือไม่ถ้ามีภาวะชักจากไข้สูง ลูกจะสมองพิการมีปัญญาอ่อนหรือมีปัญหาเรื่องการเรียนหรือไม่ เด็กที่มีภาวะชักจากไข้สูงจะไม่เสียชีวิต และภาวะชักจากไข้สูงไม่ได้ทำให้มีการบาดเจ็บทางสมอง ภาวะชักจากไข้สูงจะไม่ทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน ไม่มีภาวะสมองพิการ ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ อย่างไรก็ตาม เด็กที่มีภาวะชักจากไข้สูงจะมีโอกาสหรือความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะชักจากไข้สูงซ้ำในครั้งต่อไป (recurrent febrile seizures) และมีโอกาสที่จะเกิดโรคลมชัก (epilepsy)ในครั้งต่อๆไปได้

ภาวะชักจากไข้สูงคือ โรคลมชัก(Epilepsy) ใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ใช่ อาการชัก (Convulsions) หรือ ภาวะชัก (Seizures) จะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิเช่น เด็กอาจจะหัวกระแทกพื้นแล้วสมองได้รับการกระทบกระเทือน (Impact seizure), เด็กมีภาวะน้ำตาลต่ำในเลือด (hypoglycemic seizures), เด็กมีภาวะติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาการชักก็จะเกิดขึ้นได้ รวมถึงการที่เด็กมีไข้สูง แล้วต่อมาเด็กมีอาการชักเกิดขึ้น (หรือ Febrile seizures) ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ไม่ใช่โรคลมชัก (Epilepsy) ส่วนคำว่าโรคลมชัก (Epilepsy) หมายถึง การที่เด็กที่มีอาการชัก (Convulsions) หรือภาวะชัก (Seizures) ขึ้นมาเองโดยที่ไม่มีตัวกระตุ้น เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของสมองสร้างไฟฟ้าผิดปกติในสมอง เราสามารถเห็นไฟฟ้าที่ผิดปกตินี้ได้ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG)

เมื่อลูกมีไข้สูงแล้วต่อมามีอาการชัก น่าจะเกิดจากภาวะชักจากไข้สูง ใช่หรือไม่
ตอบ ถ้าตอบโดยทางสถิติโดยรวมก็น่าจะใช่ แต่ถ้าคิดถึงในเด็กแต่ละคนภายหลังจากมีอาการชักจากไข้สูง แล้วมาที่ห้องฉุกเฉิน จะเป็นการเสี่ยงอย่างยิ่งถ้าบอกว่า เด็กมีภาวะชักจากไข้สูง จากที่กล่าวข้างต้น อาการชักเกิดได้จากหลายสาเหตุ เมื่อเด็กชักและมีภาวะไข้สูงร่วมด้วย แพทย์ผู้ดูแลเบื้องต้นต้องหาสาเหตุว่า เด็กมีอาการชักจากอะไร สาเหตุที่น่ากลัวและรุนแรงที่สุดคือ การติดเชื้อในระบบประสาท เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) หรือ สมองอักเสบ (Encephalitis) นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆอีกมากมาย เช่น ความผิดปกติของการขาดสารน้ำ เกลือแร่ การได้รับยาเกินขนาด การได้รับสารพิษ หรือ แม้แต่เป็นโรคลมชัก ก็ทำให้เกิดการชักได้มากขึ้นเมื่อมีไข้สูง โดยสรุปแพทย์จะไม่ให้การวินิจฉัยว่าเด็กมีภาวะชักจากไข้สูง จนกว่าจะมั่นใจว่าเด็กไม่ได้มีอาการชักจากสาเหตุอื่นๆก่อน

แพทย์จะทำอะไรกับลูก เมื่อลูกมีภาวะชักจากไข้สูง แล้วมาโรงพยาบาล
ตอบ การดูแลผู้ป่วยในระยะฉับพลัน ในรายที่ชักขณะพบแพทย์ ให้ระงับอาการชักให้เร็วที่สุด แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหยุดชักก่อนที่จะพบแพทย์ อย่างไรก็ดีแพทย์จะให้ยากันชักเพื่อป้องกันอาการชักซ้ำที่อาจเกิดขึ้นมาใหม่ ยากันชักที่แพทย์คุ้นเคย ได้แก่ diazepam, phenobarbital, sodium valproate แพทย์จะส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น เจาะเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือพิจารณาตรวจคอมพิวเตอร์สมองเป็นรายๆ เพื่อหาสาเหตุของไข้และสาเหตุของอาการชัก ถ้าสงสัยภาวะติดเชื้อในระบบประสาท แพทย์อาจตรวจน้ำไขสันหลัง โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะชักจากไข้สูงที่อายุน้อยกว่า 6 เดือนทุกราย และผู้ป่วยเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 18 เดือนที่ชักยาวนานมากกว่าปกติและหาสาเหตุของไข้ไม่ได้

ภาวะชักจากไข้สูง (Febrile seizures) มีลักษณะสำคัญอย่างไร
ตอบ ภาวะชักจากไข้สูงจะพบก่อนอายุ 3 ปี โดยเฉลี่ยจะมีอายุระหว่าง 18-22 เดือน ผู้ป่วยจะ
มีไข้มากกว่า 38.8 ?C (วัดทางทวารหนัก) อาการชักมักเกิดในระยะแรกของการเจ็บป่วยที่มีไข้ร่วมอยู่ด้วยในผู้ป่วยบางรายอาการชัก อาจเป็นอาการนำของการเจ็บป่วย แต่ถ้ามีไข้นานเกิน 24 ชั่วโมงไปแล้วต่อมาเกิดอาการชักร่วมด้วย เชื่อว่าสาเหตุของอาการชัก น่าจะเกิดจากการติดเชื้อในระบบประสาทมากกว่า
เด็กส่วนใหญ่หรือเกือบ 70% ที่มีภาวะชักจากไข้สูง แบบทั้งตัว (generalized) ระยะเวลาชักจะสั้นเป็นวินาที ภายหลังอาการชักผู้ป่วยจะรู้ตัวดี ไม่มีแขนหรือขาอ่อนแรง ผู้ป่วยมักหยุดชักก่อนมาพบแพทย์ และไม่มีอาการชักเกิดขึ้นมาอีก แพทย์จะเรียกภาวะชักจากไข้สูงแบบนี้ว่า simple febrile seizure เด็กส่วนน้อยที่เหลือ อาจมีลักษณะการชักแบบเฉพาะที่ แขน หรือขา ข้างใดข้างหนึ่ง หรือชักยาวนานกว่า 10-15 นาที ภายหลังอาการชัก อาจมีแขนขาอ่อนแรง หรือเกิดการชักซ้ำในระยะ 24 ชั่วโมง แพทย์จะเรียกภาวะชักจากไข้สูงแบบนี้ว่า complex หรือ complicated หรือ atypical febrile seizure

พ่อแม่จะมีปฏิกิริยาอย่างไร หรือทำอะไรเมื่อลูกมีอาการชักจากไข้สูง
ตอบ อาการชักจะทำให้พ่อแม่มีความวิตกกังวลและตกใจมาก อาจกังวลว่าอาการชักของลูกอาจมีอันตรายถึงชีวิต ปฏิกิริยาและการปฏิบัติของพ่อแม่บางคนอาจไม่เหมาะสม ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กมากกว่าอาการชักของเด็กเอง เช่น ใช้วิธีการเขย่าตัว เขย่าศีรษะ หรือใช้วิธีการผายปอดและปั้มหัวใจที่รุนแรงและไม่จำเป็น อาจทำให้เด็กได้รับอุบัติเหตุทางสมองจากการบาดเจ็บ นอกเหนือจากความวิตกกังวลต่อเด็กในขณะที่เด็กมีการชักแล้ว พ่อแม่อาจวิตกกังวล ว่าภาวะชักจากไข้สูงจะยังมีผลในระยะยาว เช่น ลูกโตขึ้นจะมีภาวะปัญญาอ่อน มีปัญหาด้านการเรียน หรือเป็นโรคลมชัก เป็นต้น

เมื่อเด็กมีภาวะชักจากไข้สูงแล้ว จะมีโอกาสชักซ้ำและเกิดโรคลมชักมากหรือไม่
ตอบ มีโอกาสเกิดชักซ้ำได้อีก ในเด็กที่มีภาวะชักจากไข้สูงแบบง่าย ๆ 1/3 จะมีโอกาสชักซ้ำครั้งที่ 2 และประมาณ 10% อาจมีชักซ้ำ ได้มากกว่า 2 ครั้ง อาจเป็น 3 หรือ 4 ครั้งก็ได้ ในเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงที่จะมีโอกาสชักซ้ำได้มาก ได้แก่ มีประวัติบุคคลในในครอบครัวชักสูง อายุน้อยเมื่อชักครั้งแรก (<18เดือน) เมื่อเด็กมีภาวะชักจากไข้สูงจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคลมชักเมื่อโตขึ้น ตัวเลขอาจสูงถึง 2-10% ของเด็กเหล่านี้ ไม่มียาป้องกันการเกิดโรคลมชักได้ ปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคลมชักเมื่อโตขึ้น ได้แก่ เด็กที่มีภาวะพัฒนาการล่าช้า มีลักษณะชักจากไข้สูงแบบซ้ำซ้อน มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคลมชัก

เมื่อลูกมีภาวะชักจากไข้สูง (Febrile seizures) แล้วออกจากโรงพยาบาล ในระยะต่อมาเมื่อกลับบ้าน แพทย์จะต้องทำอะไรต่อไป
ตอบ ภายหลังผู้ป่วยสิ้นสุดอาการชักระยะฉับพลันแล้วและพร้อมที่ออกจากโรงพยาบาล แพทย์ต้องพิจารณาป้องกันการเกิดอาการชักจากไข้สูงที่อาจเกิดขึ้นได้อีก ซึ่งมักเกิดขึ้นได้บ่อย ในอดีตแพทย์มักนิยมให้ผู้ป่วยกินยาระงับอาการชักทุกวันเพื่อป้องกันอาการชักจากไข้สูงที่จะเกิดซ้ำ แต่ในปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแพทย์ปัจจุบันโดยทั่วไปจะอธิบายทางเลือกกับผู้ปกครองซึ่งมีหลายวิธี การเลือกใช้วิธีใดนั้นแพทย์จะคำนึงถึงโอกาสที่ผู้ป่วยจะมีการชักซ้ำว่ามากหรือน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาของพ่อแม่ และความใกล้ชิดการดูแลผู้ป่วย

เมื่อลูกมีภาวะชักจากไข้สูงทางเลือกที่ผู้ปกครอง หรือพ่อแม่สามารถเลือกให้กับผู้ป่วยเด็กได้มีอะไรบ้าง
ตอบ มีอย่างน้อย 3 ทางเลือก
แบบแรกคือ ผู้ป่วยไม่ต้องใช้ยาระงับอาการชักใดๆ อาจใช้เพียงยาลดไข้ไว้ที่บ้านและรับประทานยาเมื่อมีไข้สูง เหมาะสำหรับเด็กที่มีโอกาสเกิดอาการชักซ้ำจากไข้สูงต่ำ ถ้าผู้ปกครองหรือพ่อแม่มีความเข้าใจว่าภาวะชักจากไข้สูงไม่มีอันตราย และสามารถอยู่กับเด็กได้ตลอดเวลา
แบบสองคือ ผู้ป่วยได้รับยาลดไข้ และได้รับยาระงับอาการชักเฉพาะเมื่อเวลาไข้สูง หรือ Intermittent prophylaxis นิยมให้ในรูปยากินได้แก่ ยา diazepam โดยต้องกินยาเมื่อเวลาไข้สูงขนาด 0.3-0.5 มก/กก และกินติดต่อกัน ทุก 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 48 ชั่วโมง หรือ 6 ครั้ง เหมาะสำหรับเด็กที่มีโอกาสเกิดอาการชักซ้ำจากไข้สูงสูง โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ
แบบสามคือ ผู้ป่วยต้องได้รับยาระงับอาการชักทุกวัน แม้ว่าไม่มีไข้สูง หรือ continuous prophylaxis ยาที่ใช้ได้แก่ phenobarbital หรือ sodium valproate เหมาะสำหรับเด็กที่มีโอกาสเกิดอาการชักซ้ำจากไข้สูงสูง โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการ ซึ่งในปัจจุบันใช้วิธีการนี้น้อยลงมาก เนื่องจากไม่มีความจำเป็นเพราะ ภาวะชักจากไข้สูงไม่มีอันตราย การกินยาระงับอาการชักทุกวันไม่สามารถป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเกิดโรคลมชักได้ และอาจมีผลเสียจากผลข้างเคียงมากกว่าผลดี

 

บทสรุปและคำแนะนำเพิ่มเติมอื่นๆจากแพทย์
ตอบ ภาวะชักจากไข้สูงพบได้บ่อยมากในเด็ก โดยพบประมาณร้อยละ 5 หรือประมาณ 1/20 ราย ของเด็กทั้งหมด ภาวะชักจากไข้สูง (febrile seizures) ไม่ใช่โรคลมชัก (epilepsy) และมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดโรคลมชัก (epilepsy) ตามมา ภาวะชักจากไข้สูง ไม่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสมอง ไม่ทำให้เกิดภาวะปัญญาอ่อนหรือมีปัญหาการเรียนเมื่อโตขึ้น ผู้ป่วยจะกลับสู่ภาวะปกติ และมีชีวิตที่ปกติ ผู้ป่วยสามารถรับวัคซีนได้ตามปกติ ยกเว้นในรายที่ภาวะชักจากไข้สูงที่เกิดขึ้นภายใน 3 วันหลังการให้วัคซีน คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ควรงดวัคซีนไอกรนในการให้ครั้งต่อไป หรือเปลี่ยนเป็นชนิด acellular เพราะผู้ป่วยจะมีโอกาสเกิดภาวะชักจากไข้สูงซ้ำได้อีกประมาณร้อยละ 30-40 ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยมีไข้สูงจึงควรหาทางลดไข้ให้เร็วที่สุด โดยการรับประทานยาลดไข้ ถอดเสื้อผ้าของเด็กออก เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นหมาด ๆ ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดอาการชักขึ้น พ่อแม่ควรสงบตั้งสติในการดูแลผู้ป่วยให้ดี โดยมาก ผู้ป่วยจะมีอาการชักไม่เกิน 1 นาที ให้จับผู้ป่วยนอนตะแคงข้างหรือนอนคว่ำ หันหน้าผู้ป่วยไปทางด้านข้างเพื่อป้องกันการสำลักอย่าพยายามใช้นิ้วมือหรือสิ่งของใด ๆ เข้าปากผู้ป่วย รีบพาผู้ป่วยมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เนื่องจากผู้ป่วยอาจมีภาวะชักต่อเนื่องยาวนานกว่าปกติ

 

   
   
 
Related info: เมื่อลูกมีไข้สูงแล้วชัก,ภาวะชัก,หัวกระแทกพื้นแล้วชัก,สมองได้รับการกระทบกระเทือน,ภาวะไข้สูง, ทำอย่างไหร่เมื่อเกิดอาการชัก,ปฐมพยาบาลผู้ป่วยโรคชัก,ปฐมพยาบาลผู้ป่วยภาวะชัก,วิธีปฏิบัติในภาวะการชัก,หงิก,เกรง,ภาวะชัก
      
? 2006-2007 Neuroscience Center | โรงพยาบาลปิยะเวท. All rights reserved. th
Floor 6 998 Rimklongsamsen Road, Bangkapi, Huay Kwang, Bangkok, Thailand 10310
Phone: (66)(2) 625-6875 Fax: (66)(2) 625-6871
Neuroscience Center specializes in cognitive and behavioral neuroscience with top neurosurgeons & medical specialists www.Neuroctr.com