:: สาระความรู้เกี่ยวกับสมอง ::
 
 

เมื่อ...ไมเกรนมาเยือน

 

อาการเหล่านี้เคยเกิดขึ้นกับคุณหรือไม่ ? เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกเครียด จะมีอาการปวดขมับข้างเดียว ปวดตุ๊บๆ เหมือนสมองจะระเบิด ร่วมถึงมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ตาพร่า และจะปวดอยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถึงจะทุเลาลง และปวดขึ้นใหม่อีกได้หลายๆ ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ ถ้าหากคุณมีอาการตามข้างต้นนั้นหมายความว่า คุณเป็นคนหนึ่งที่เข้าข่ายเป็นโรคไมเกรนแล้ว

จากสถิติพบว่า 30 % ของคนไทยเป็นโรคไมเกรน และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเป็นโรคไมเกรนก่อนอายุ 30 ปี ส่วนสาเหตุของการเกิดไมเกรนนั้นสาเหตุมาจากความเครียด ความกังวัลที่มาจากภายในส่งผลให้เส้นประสาทรอบๆสมองเกิดอาการอักเสบ ทำให้เกิดอาการปวดหัวข้างเดียว นอนไม่หลับ เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง นอกจากนั้นก็มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นๆ อาทิเช่น เรื่องของการกินอาหารที่มีส่วนผสมของอาหารเป็นผงชูรสหรือสารถนอมอาหารมากไป การนอนหรือการพักผ่อนที่ไม่ดีพอ หรือแม้กระทั่งสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว อาทิเช่น กลิ่นควันรถจากท่อไอเสียรถยนต์ กลิ่นควันบุหรี่ และมลภาวะทางเสียงล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นอาการปวดไมเกรนทั้งสิ้น

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดไมเกรนอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการอดอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ สถานที่เสียงดังซึ่งเป็นมลภาวะทางเสียงได้หรือแม้กระทั่งมลพิษจากสภาวะแวดล้อมทั้งหลาย เช่น ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย เป็นต้น ซึ่งการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ อาจจะทำให้อาการของคุณดีขึ้น หรือไม่รุนแรงมาก และอาจจะหายไปเองในที่สุด

อย่างไรก็ตาม หากคุณมักมีอาการปวดหัวไมเกรนบ่อยๆ คุณควรขอคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางระบบสมองและประสาท เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยอาการของคุณอย่างละเอียดและถ้าหากอาการปวดหัวของคุณมีลักษณะดังนี้

1. ปวดร้าวรุนแรงเฉียบพลัน และมักรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

2. ปวดหัวขณะออกกำลังกาย ไอ หรือมีเพศสัมพันธ์

3. ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อ

4. ตาพร่า อาเจียนไม่หยุด เสียการทรงตัว หมดสติ

5. มีอาการอื่นร่วมกับปวดหัวด้วย เช่น เป็นไข้สูง ความดันสูง ซึม หลับ หมดสติ ม่านตาขยาย

ไม่เท่ากัน และไม่ตอบสนองต่อแสงเมื่อส่องไฟ ประสาทตาบวม หรือมีเลือดออกในจอประสาท

ตา คอแข็ง แขนขาอ่อนแรง เดินเซ ยืนไม่อยู่ เมื่อจับที่หนังศีรษะแล้วรู้สึกเจ็บ มีผื่น หรือตุ่ม

ขึ้นตามหนังศีรษะ

เพราะอาการเหล่านี้ส่งผลถึงการเป็นเนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือด โรคสมองอักเสบ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์และรับการตรวจอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการตรวจอาทิเช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) และการตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดสมองโดยอาศัยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (TCD) จะช่วยค้นหาปัญหาให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

การรักษาโรคปวดหัวหรือไมเกรนนั้น การรักษาเป็นศิลปอย่างหนึ่ง แพทย์แต่ละท่านจะมีเทคนิคการักษา โรคปวดหัวต่างกัน เพื่อให้ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีเทคนิคในการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละราย เพื่อผลการรักษาที่ดีมี่สุด ดังนั้นการทำความเข้าใจกับอาการ สาเหตุของโรคและความต้องการของผู้ป่วยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะกำหนดวิธีและผลการรักษา

 

 

โดย นพ.ดิตถพงษ์ บุญอำพล
แพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลปิยะเวท
ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 6 โรงพยาบาลปิยะเวท
โทร.: 02-625-6875
โทรสาร : 02-625-6871

 

   
   
   
 
Related info: โรคซึมเศร้า,เกี่ยวกับโรคซีมเศร้า,สาเหตุของโรคซึมเศร้า,ข้อกำจัดของโรคซึมเศร้า,บุคคลที่มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า, การรักษาโรคซึมเศร้า,บำบัดโรคซึมเศร้า,การดูแลผู้ป่วยโรคซึมเศร้า,การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคซึมเศร้า,โรคซึมเศร้าแบบรุนแรง
      
? 2006-2007 Neuroscience Center | โรงพยาบาลปิยะเวท. All rights reserved. th
Floor 6 998 Rimklongsamsen Road, Bangkapi, Huay Kwang, Bangkok, Thailand 10310
Phone: (66)(2) 625-6875 Fax: (66)(2) 625-6871
Neuroscience Center specializes in cognitive and behavioral neuroscience with top neurosurgeons & medical specialists www.Neuroctr.com