การตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (Sleep Studies) หรือ Polysomnogram (PSG) คือการนอนในโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยหาความผิดปกติของการนอนหลับ (Sleep Disorders) ทั้งในผู้ป่วยเด็กหรือผู้ใหญ่ อาจตรวจในเวลากลางวัน หรือกลางคืน แล้วแต่ชนิดของการตรวจและปัญหาที่สงสัย การตรวจวินิจฉัยการนอนหลับมีหลายชนิดเช่น การตรวจวินิจฉัยทั่วไป (Routine Diagnostic Study), การตรวจวินิจฉัยทั่วไปสำหรับเด็ก (Routine Pediatric Diagnostic Study), การรักษาด้วยเครื่องพ่นอากาศ (CPAP titration study, Positive Airway Pressure Therapy), การตรวจวินิจฉัยและการรักษาด้วยเครื่องพ่นอากาศภายในคืนเดียว (Split Night Study), การตรวจการทดสอบการงีบหลับตอนกลางวัน (Multiple Sleep Latency Test), การตรวจวินิจฉัยสงสัยภาวะชักขณะหลับ (Extended EEG diagnostic studies)
ความผิดปกติของการนอนหลับ (Sleep Disorders) มีโรคและอาการอย่างไรบ้าง
ความผิดปกติของการนอนหลับมีหลายโรค และไม่เป็นที่รู้จักโดยแพทย์และคนทั่วไปนัก ได้แก่ โรคนอนไม่หลับ (Insomnias) หยุดหายใจระหว่างการนอน ร่วมกับภาวะนอนกรน (Sleep Related Breathing Disorders ) ง่วงมากผิดปกติตอนกลางวัน (Hypersomnias) โรคนาฬิกาชีวิตแปรปรวน (Circadian Rhythm Sleep Disorders) พฤติกรรมผิดปกติในขณะหลับ ( Parasomnias ) เช่น ฝันร้าย ละเมอ การเคลื่อนไหวผิดปกติขณะนอนหลับ (Sleep Related Movement Disorders ) อาการที่ผู้ป่วยอาจมีจะได้แก่ นอนกรนเสียงดัง ตื่นนอนอย่างไม่สดชื่น และรู้สึกง่วงนอนระหว่างวัน ตื่นนอนพร้อมอาการปวดศีรษะ ตื่นนอนระหว่างคืนบ่อยครั้ง กระสับกระส่าย ตื่นนอนด้วยอาการหวาดผวา ตื่นตระหนกจากอาการขาดอากาศหายใจ เหงื่อออกมากเวลานอน นอนไม่หลับ แม้ว่าจะรู้สึกง่วงนอน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ตื่นนอนด้วยความรู้สึกเหนื่อยหอบ เหมือนต้องการอากาศ อาการในเด็กได้แก่ นอนกรน ต่อมทอนซิลใหญ่ น้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ ตัวเล็ก แคระแกร็น สมาธิสั้น หรือมีปัญาหาด้านการเรียนรู้
การตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (Sleep Studies) ช่วยวินิจฉัยโรคและใช้ประโยชน์อะไรบ้าง
การตรวจวินิจฉัยการนอนหลับไม่สามารถวินิจฉัยความผิดปกติของการนอนหลับได้ท่กโรค มีเพียงบางภาวะเท่านั้นที่ช่วยเ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ( Sleep Related Breathing Disorders), นอนกรน (Snoring) ขากระตุกขณะหลับ (Periodic Limb Movement), พฤติกรรมผิดปกติในขณะหลับ เช่น ฝันร้าย ละเมอ (Night mare, Parasomnia, REM related behavior), โรคลมชัก ( Epilepsy) และในรายที่นอนไม่หลับ ตื่นบ่อยที่สงสัยว่าอาจเกิดจากสาเหตุ ข้างต้น นอนกัดฟัน นอกจากนี้ยังใช้ประโยชน์ในการหาค่าความดันที่เหมาะสมในการใช้เครื่อง CPAP ใช้ติดตามผู้ป่วยก่อน และแล้วผ่าตัดนอนกรน
การตรวจวินิจฉัยทั่วไป (Routine Diagnostic Study) จะทำอย่างไร
เมื่อท่านถึงโรงพยาบาล ท่านจะเปลี่ยนชุดนอน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเริ่มเตรียมท่านเพื่อต่อเข้ากับเครื่องตรวจวินิจฉัยการนอน โดยนำสายวัด เซ็นเซอร์ ต่าง ๆ ติดตัวท่าน ที่หนังศีรษะ คาง จมูก รอบ ๆ ตา หน้าอก ท้อง นิ้วมือ ขา 2 ข้าง เพื่อวัด คลื่นไฟฟ้าสมอง การกรอกลูกตา คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ การติดเซนเซอร์ จะไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด สายวัดเซ็นเซอร์ ต่าง ๆ อาจทำให้ท่านเกิดความไม่สบายตัวชั่วคราว แต่โดยทั่วไปจะไม่มีปัญหาทำให้นอนไม่หลับแต่อย่างใด และขอแนะนำให้ถอดแหวน สร้อยคอ ตุ้มหู ฟันปลอม ออกก่อนนอน
ในขณะหลับเครื่องตรวจวินิจฉัยจะทำการวัด ระดับหรือระยะของการนอน (Sleep Stages) จากคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) การกรอกลูกตา (EOG) คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อที่คาง( Chin EMG) การหายใจผ่านรูจมูก (Airflow) จาก Nasal Airflow ความพยายามในการหายใจ (Respiratory effect) จาก การเคลื่อนไหวทรวงอก ท้อง คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อกะบังลม (Diapragmatic EMG) การเคลื่อนไหวของขา คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อที่ขา (Limb EMG) ทำทางระหว่างการนอน (Body Position)
การตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (Sleep Studies) มีการให้บริการในหลายโรงพยาบาล เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
การตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (Sleep Studies) มีความหลากหลายในรายละเอียด และชนิดของการตรวจ แม้ว่าชื่อเดียวกันก็ตาม ทำให้ในแต่ละโรงพยาบาลมีความแตกต่างกัน ทั้งด้านราคาค่าบริการ เทคนิคการตรวจ และมาตราฐานการตรวจ เช่นความแตกต่างอาจเกิดจาก จำนวนของเซนเซอร์ ที่ใช้วัด ชนิดของเซนเซอร์ที่ใช้วัด เซนเซอร์แต่ละชนิดมีไว และมีมาตราฐานแตกต่างกัน ในขณะนอนโรงพยาบาล ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจะมีเจ้าหน้าที่เทคนิคเฝ้าติดตามการนอนหรือไม่ ผลการตรวจที่ได้จาการตรวจ แปรผลโดยเครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมอัตโนมัติ หรืออ่านผลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การตรวจนั้นทำเพื่อวินิจฉัยเท่านั้น (Diagnosis) หรือทำการรักษาด้วย (Therapeutic study) เช่นในกรณีที่ผู้ป่วยนอนกรนแล้วหยุดหายใจ ในระหว่างทำการศึกษาจะมีเจ้าหน้าที่ให้การรักษาด้วยเครื่อง CPAP หรือไม่ เพื่อให้การรักษานั้นทันทีโดยไม่ต้องรอ ( CPAP titration study)
การตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ (Sleep Studies) ที่โรงพยาบาลปิยะเวท ให้การบริการแบบไหน
American Academy of Sleep Medicine (AASM) ได้กำหนดมาตราฐานการตรวจวินิจฉัยการนอนหลับไว้ 4 ระดับ ( ระดับ 1-4) จากสูงสุดไปต่ำสุด โรงพยาบาลปิยะเวทให้บริการตามมาตราฐานของ AASM ใน 3 ระดับแรกคือ ระดับ 1-3 แบบ แต่ละระดับจะมีความยากง่ายต่างกัน ทำให้มีราคาค่าบริการแตกกต่างกันไป แต่ในรายทั่วไปการตรวจควรเริ่มแบบมาตรฐานระดับ 1 เสมอ ส่วนระดับ 2, ระดับ 3 จำเป็นในรายที่ผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย
|
มาตรฐาน
( ระดับ1) |
แบบพกพา
(ระดับ 2) |
แบบพกพาง่าย (ระดับ 3) |
เจ้าหน้าที่เฝ้าดูตลอดคืน ให้การรักษาได้
กรณีมีปัญหาสามารถทำ CPAP titration |

|
|
|
คลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) |

|

|

|
การกรอกลูกตา (EOG) |

|

|

|
คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อที่คาง (Chin EMG) |

|

|

|
คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) |

|

|

|
การไหลของอากาศที่จมูก (Nasal Airflow)
โดยใช้ เครื่องวัดความดัน (Pressure Transducer) |

|

|
|
การไหลของอากาศที่จมูก (Nasal Airflow) โดยใช้ Thermister |

|

|

|
ความพยายามในการหายใจ (Respiratory Effort) |

|

|

|
ระดับออกซิเจนในเลือด (Oxygen Saturation) |

|

|

|
ติดตามท่าทางการนอน (Body Position) |

|

|
|
คลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อที่ขา (Limb EMG) |

|
|
|
แปรผลโดยแพทย์ ไม่ใช้ Computer Analysis |

|

|

|
ผลการตรวจผู้ป่วยสามารถนำกลับได้ |

|

|

|
อะไรคือ CPAP titration และ Split night study
การตรวจวินิจฉัยทั่วๆ ไปจะใช้เวลาประมาณ 6 8 ชั่วโมง และในผู้ป่วยบางท่านอาจจะต้องกลับมาตรวจอีกในคืนที่ 2 เช่น ผู้ป่วยที่ตรวจพบว่ามีปัญหาเรื่องการหยุดหายใจ ในการตรวจคืนที่ 2 ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาโดยใช้เครื่อง CPAP หรือเครื่องสร้างความดันซึ่งจะพ่นอากาศเข้าสู่จมูก เพื่อให้ทางเดินหายใจของผู้ป่วยเปิดโล่งตลอดในขณะนอนหลับ ความดันที่เหมาะสมจะถูกปรับเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจ เราเรียกการตรวจชนิดนี้ว่า CPAP titration study อย่างไรก็ตามผู้ป่วยอาจมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการตรวจที่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล 2 คืน บางครั้งการตรวจสามารถรวบรัดให้เหลือเพียง 1 คืนได้ เรียกว่า split-night study โดยครึ่งคืนแรกเป็นการตรวจวินิจฉัยภาวะการนอนหลับ ครึ่งคืนหลังเป็นการปรับหาระดับความดันที่เหมาะสม
อะไรคือ Multiple Sleep Latency Test (MSLT)
สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน (Excessive daytime sleepiness) สามารถตรวจการนอนหลับในเวลากลางวันได้ โดยมักจะทำวันรุ่งขึ้นหลังการตรวจวินิจฉัยตามปกติ (Routine Diagnostic Study) ผู้ป่วยจะนอนหลับเป็นระยะเวลาสั้นๆ หรืองีบหลับ 5 ครั้งในเวลากลางวัน เพื่อตรวจหาระดับความง่วงมากผิดปกติ การตรวจนี้เรียกว่าMultiple Sleep Latency Test (MSLT) จะใช้ในการวินิจฉัยโรค Narcolepsy |